Username :
Password :
 
 
ประวัติความเป็นมาเทศบาลตำบลโคกม่วง
ตำบลโคกม่วง จัดตั้งตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องตั้งและเปลี่ยนแปลงแนวเขตตำบลในท้องที่อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง โดยมีเขตการปกครองจำนวน 6 หมู่บ้าน หมู่ที่ 1 โอนจากหมู่ที่ 1 ตำบลเขาชัยสน หมู่ที่ 2 โอนจากหมู่ที่ 9 ตำบลเขาชัยสน หมู่ที่ 3 โอนจากหมู่ที่ 12 ตำบลควนขนุน หมู่ที่ 4 โอนจาก หมู่ที่ 10 ตำบลควนขนุน หมู่ที่ 5 โอนจากหมู่ที 9 ตำบลควนขนุน และหมู่ที 6 โอนจากหมู่ที่ 8 ควนขนุน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2522 เป็นต้นไป คนในชุมชนมีอาชีพทำสวนยางพารา ทำนา ทำไร่ เลี้ยงวัว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ "ดอน" ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "โคก" และมีมะม่วงป่าขึ้นอยู่ทั่วไป จึงเรียกว่า โคกม่วง หรือ บ้านโคกม่วง
ปัจจุบันตำบลโคกม่วงแบ่งเขตการปกครองจำนวน 15หมู่บ้าน และเป็นเขตเทศบาลตำบลโคกม่วงเต็มพื้นที่ โดยที่กระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นว่ามีองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีสภาพเหมาะสมสมควรให้จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2546 และมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลโคกม่วง อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เป็นเทศบาลตำบลโคกม่วง ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป

ตำนานหมู่บ้านตำบลโคกม่วง
     หมู่ที่ 1 บ้านเกาะทองสม
          
บ้านเกาะทองสมเป็นหมู่บ้านที่มีลักษณะพื้นที่คล้ายเป็นเกาะ เนื่องจากพื้นดินที่เป็นที่ตั้งหมู่บ้านมีเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ และมีลำห้วยล้อมรอบ ชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่ดังกล่าวว่า เกาะ มีเรื่องเล่ากันว่าเดิมมีสามีภรรยาคู่หนึ่งเข้ามาหักร้างถางป่าบริเวณนี้เป็นคนแรก สามีชื่อว่าทอง ส่วนภรรยาชื่อว่าสม เมื่อมีชาวบ้านจากที่อื่นอพยพเข้ามาทำกินเพิ่มมากขึ้นและรวมกันเป็นหมู่บ้าน จึงเรียกว่า บ้านเกาะทองสม

ผู้ให้ข้อมูลชื่อ นายเชือน ดำหนก

      หมู่ที่ 2 บ้านทางเกวียน
          
บ้านทางเกวียนเริ่มก่อตั้งมาประมาณ พ.ศ.2510 และบุคคลกลุ่มแรกที่เริ่มเข้ามาก่อตั้งหมู่บ้านส่วนใหญ่ได้มากจากตำบลปรางหมู่ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง เช่น นายช่วง  เพชรรักษ์ นายจันทร์  พลายอินทร์  นายทิ่น  สงสุวรรณ นายสง  เมืองแก้ว นายวง  จีนโอ  นายแคล้ว เมืองแก้ว และนายทับเอียดคง เป็นต้น สาเหตุที่อพยพมาก็เพื่อที่จะหาที่ทำกินเพิ่ม เนื่องจากพื้นที่ของบ้านทางเกวียนมีสภาพเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก และเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีเจ้าของเหมาะสำหรับที่จะใช้เป็นแห่งทำมาหากินและที่อยู่อาศัย หมู่บ้านแห่งนี้เป็นทางผ่านของพ่อค้าแม่ค้าหรือผู้สัญจรไปมาใช้เป็นเส้นทางในการเดินทาง และลำเลียงสินค้าจากอำเภอกงหราไปยังอำเภอเขาชัยสนหรือออกสู่ถนนสายเพชรเกษมเพื่อนำสินค้าไปขายในแหล่งต่างๆ ซึ่งสมัยนั้นเส้นทางสายนี้ยังไม่เป็นถนนแต่จะเป็นลักษณะทางเดินซึ่งมีความทุรกันดารมาก พาหนะที่ใช้ลำเลียงสินค้าที่ใช้ได้อย่างเดียวคือเกวียน เมื่อมีการเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวจึงเป็นหลุมบ่อและรอยล้อของเกวียน ชาวบ้านจึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านทางเกวียน"
นางเจียม  ศรีหนูสุด ผู้ให้ข้อมูล

หมู่ที่ 3 บ้านควนล้อน
          
บ้านควนล้อนในอดีตเป็นพื้นที่เนินควน และมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์มาก ผู้ที่ย้ายเข้ามาตั้งรกรากในช่วงแรกๆ คือ ครอบครัวของนายคลิ้ง ชุมจุล ซึ่งย้ายมาจากบ้านทุ่งข่า ตำบลปรางหมู่ อำเภอเมืองพัทลุง ต่อมาพระรุ่ง วัดควนอินทร์นิมิตร อำเภอเมืองพัทลุง ต้องการไม้เพื่อนำไปปลูกสร้างอาคารในวัด จึงนำพุทธบริษัทวัดมาตัดไม้ในควนแห่งนี้ เมื่อเดินทางไปถึงบริเวณพื้นที่แห่งหนึ่งซึ่งพื้นที่มีลักษณะ ล้อน (ล้อน หมายถึง พื้นที่เลื่ยนเตียน) และมีความร่มรื่น น่าอยู่อาศัย แล้วบอกกับคณะที่ไปว่า ควนแห่งนี้ ล้อนน่าอยู่ ชาวบ้านจึงเรียกชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า บ้านควนล้อน

นายหนู  เพชรสง  ผู้ให้ข้อมูล

หมู่ที่ 4 บ้านไร่ลุ่ม
          
ผู้คนที่มาตั้งรกรากในช่วงแรกๆ มีบ้านเรือนประมาณ 5 ครัวเรือน ซึ่งได้ย้ายมาจากบ้านคู อำเภอกงหรา ต่อมาได้มีชาวมุสลิมได้เข้าไปอาศัยอยู่มากขึ้น โดยส่วนใหญ่ถางป่าเพื่อประกอบอาชีพทำไร่ ปลูกข้าว และพืชไร่อื่นๆ ต่อมาได้มีการจัดตั้งหมู่บ้านเมื่อก่อนปี พ.ศ.2496 ผู้ใหญ่บ้านคนแรกคือ นายเก็ม  รักสิ้น สาเหตุที่ชื่อบ้านไร่ลุ่ม เพราะลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม และชาวบ้านจะประกอบอาชืพทำไร่บริเวณที่ราบลุ่ม จึงเรียกว่าบ้านไร่ลุ่ม 

นายเหม  หละเขียว ผู้ให้ข้อมูล

หมู่ที่ 5 บ้านท่าควาย
          ในสมัยก่อนบริเวณนี้เป็นป่าทึบและมีสัตว์อาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะช้าง เสือ หมี และควาย ซึ้งสัตว์ดังกล่าวมักจะถูกชาวบ้านล่าอยู่เสมอ วันหนึ่งขณะที่มีการคล้องช้างป่าอยู่นั้น ช้างที่คล้องเกิดหลุดจากบ่วงมาจากบ้านบ่วงและได้เดินทางลงมาทางตะวันออกควาญช้างจึงได้ออกเดินตามหาช้างที่หลุดบ่วงมา ขณะที่เดินทางตามหาช้างอยู่นั้นก็ได้มาพบลำคลองที่มีท่าน้ำขนาดใหญ่ ในลำคลองนั้นควาญช้างได้พบกับฝูงควายจำนวนมากกำลังไปอาบน้ำ ควาญช้างจึงบอกว่าที่ท่าน้ำมีควายมาก ต่อมาชาวบ้านเรียกชื่อบ้านนี้ว่า "บ้านท่าควาย"
นายจรัส  สังข์บูรณ์ ผู้ให้ข้อมูล

หมู่ที่ 6 บ้านคลองมวง
          
ก่อน พ.ศ. 2500 การเดินทางของชาวบ้านคลองมวงและผู้ที่เดินทางผ่า นไปมาในแถบนี้ต้องใช้ลำคลองเป็นเส้นทางคมนาคมและขนส่งสินค้าการเกษตรออกสู่ตลาด ทั้งนี้เพราะพื้นที่มีสภาพเป็นป่าไม่มีถนนหนทาง จึงต้องใช้เรือรถบรรทุกสินค้าและสิ่งของต่างๆ เมือค่ำลงก็ต้องแวะนอนพักระหว่างทาง บ้านคลองมวงก็เป็นสถานที่แหน่งหนึ่งที่พ่อค้าเรือจะนอนพักค้าคืนอยู่เสมอ และบริเวณท่าที่เรือหยุดพักจะเป็นหาดทรายขาวสะอาดและมีต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง คือ ต้นมวง (ต้นมวง หมายถึงต้นชะมวง) ซึ่งชาวบ้านและชาวเรือเรียกท่าเรือนี้ว่า ท่าต้นมวง และ เรียกคลองว่า "คลองมวง" ต่อมาจึงเรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่า "คลองมวง"
นายทิ่ง  สังข์มาก ผู้ให้ข้อมูล
หมู่ที่ 7 บ้านควนหมอทอง
           
บ้านควนหมอทอง ได้แยกออกมาจากหมู่ที่ 4 ตำบลโคกม่วง มาเป็นหมู่ที่ 7 เมื่อปี พ.ศ.2525 ผู้ใหญ่บ้าน คนแรกคือ นายแจ้ง ทองอุบล เดิมบริเวณนี้เป็นป่ารกร้างมีต้นไม้ใหญ่และมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่จำนวนมาก และใกล้ๆ กันก็มีหนองน้ำซึ่งไม่ลึกมากนัก  สัตว์ป่าได้ลงมากินน้ำและปลักน้ำ (ปลัก หมายถึง การทำดินโคลนให้เป็นแอ่งสำหรับนอนเกลือก การนอนเกลือกในดินโคลนที่เป็นแอ่ง) ซึ่งเป็นปลักใหญ่ลึกกว้าง ประมาณ 5 ไร่ ในปลักดังกล่าวจะมีน้ำตลอดปีและมีปลาอยู่จำนวนมาก คนในหมู่บ้านได้ไปยกชุบยอ (ชุบยอเป็นเครื่องมือจับปลาชนิดหนึ่ง) ในปลักแห่งนั้นเมื่อยกขึ้นมาได้ติดปลาหมอที่มีขนาดใหญ่ตัวหนึ่งซึ่งมีเกล็ดสีแดงเหมือนสีทอง หลังจากนั้นจึงได้จับปลาหมอใส่ข้อง (ข้องเป็นเครื่องจักสานชนิดหนึ่งก้นสี่เหลี่ยมจตุรัส) แต่ปลาหมอดิ้นหลุดออกมาจากข้องได้ จึงไม่ได้ปลาหมอตัวนี้ ชาวบ้านจึงเรียกชื่อบริเวณนี้ว่า บ้านปลักหมอทอง ต่อมาผู้ใหญ่บ้าน คณะครูโรงเรียนและกรรมการหมู่บ้านมีการประชุมพร้อมกันตั้งชื่อหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่บนเนินสูงว่า "บ้านควนหมอทอง"
นายแจ้ง  ทองอุบล  ผู้ให้ข้อมูล

หมู่ที่ 8 บ้านทุ่งมวงกวาง
          
บ้านทุ่งมวงกวาง ตั้งเมื่อปี พ.ศ.2526 ผู้ใหญ่บ้านคนแรกคืองนายแจ้ง  ด้วงตุด สาเหตุที่มีชื่อว่าบ้านทุ่งมวงกวาง เพราะลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่งและมีต้นมวงกวางขึ้นอยู่จำนวนมาก ซึ่งต้นมวงกวางเป็นไม้ล้มลุกชนิดหนึ่ง ลักษณะลำต้นเป็นพุ่มเป็นกอขนาดเล็ก ใบแหลมเหมือนใบมวง (ต้นมวง หมายถึงต้นชะมวง เป็นไม้ยืนต้น ใบมีรสเปรี้ยวนิดๆ) แต่ใบจะมีสีแดงชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "ทุ่งมวงกวาง"
นายวัน  เรืองพุทธ  ผู้ให้ข้อมูล

หมู่ที่ 9 บ้านควนยวน
          
ในอดีตบ้านควนยวนมีลักษณะพื้นที่่เป็นเนินสูงและมีป่ารกทึบต้นไม้ขึ้นอยู่มาก โดยเฉพาะต้นยวน ต้นยูง (เป็นไม้ยืนต้นลักษณะคล้ายต้ายยาง) ซึ่งบนต้นยูงจะมียวนผึ้งนจำนวนมาก (ยวน หมายถึง รังของผึ้ง) ในระยะแรกๆ มีชาวบ้าน 5-6 ครัวเรือนและพระธุดงค์รูปหนึ่งรูปหนึ่ง ชื่อหลวงพ่อทิมได้มาตั้งถิ่นพำนักที่บริเวณดังกล่าว โดยได้สร้างกุฎิหลังเล็กๆ ต่อมาได้รับการพัฒนากลายเป็นวัด ชื่อว่า วัดควนยวน และจึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านควนยวน"
นายเฟื่อง ชูกาล ผู้ให้ข้อมูล
หมู่ที่ 10 บ้านโคกแมว
          
บ้านโคกม่วงแยกมาจากหมู่ที่ 1 ตำบลโคกม่วง เมื่อปี พ.ศ. 2521 เดิมบริเวณบ้านโคกแมวงเป็นป่าไม้ทึบและมีสัตว์หลายชนิด เช่น กวาง เสือ ช้าง และสัตว์อื่นๆ และเงาะป่าได้ปลักทับอยู่ด้วย (ทับ เป็นกระท่อมหรือสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว) ผู้ที่เข้ามาตั้งรกรากและจับจองส่วนใหญ่มาจากตำบลท่าแค ตำบลปรางหมู่ อำเภอเมืองพัทลุง และตำบลแพรกหา อำเภอควนขนุน ซึ่งจะพากันมาถางป่าเพื่อปลูกทับอยู่และจับจองที่ดินใช้ในการทำมาหากิน ขณะที่ถางป่าก็ได้พบแมวอยู่บนควนหรือโคกจำนวนมาก จึงเรียกว่าบ้าน โคกแมว บ้านโคกแมวมีกลุ่มบ้าน ดังนี้
               1. บ้านโคกขนุน สาเหตุที่เรียกว่าหมู่บ้านโคกขนุน เพราะผู้ที่มาอาศัยอยู่ก่อนได้ปลูกขนุนไว้บนควน จึงเรียกว่า บ้านโคกขนุน
               2. บ้านโคกเหม็ด เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้มีต้นเสม็ดมาก จึงเรียกว่า "บ้านโคกเหม็ด"
               3. บ้านเกาะบาก มีไม้บากมาก (ต้นปาก เป็นต้นไม้ยืนต้น มีใบคล้ายกับใบโพธิ์ แต่ยาว)
               4. บ้านเคี่ยม มีลำคลองและสองฝั่งคลองจะมีไม้เคี่ยมจำนวนมา ชาวบ้านจึงเรียกว่า "บ้านคลองเคี่ยม"
         นายไข่  สุขมิ่ง ผู้ให้ข้อมูล

หมู่ที่ 11 บ้านทุ่งยาว
          
บ้านทุ่งยาวแยกมาเป็นหมู่ที่ 11 ตำบลโคกม่วง เมื่อปี พ.ศ. 2532 ผู้ใหญ่บ้านคนแรกคือนายพา  ชาตรี บ้านทุ่งยาวในสมัยก่อนมีลักษณะป็นป่าโปร่งมีต้นไม้ไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นต้นไม้ที่มีขนาดเล็กจึงดูพื้นที่จะเป็นท้องทุ่งยาวติดต่อกัน ผู้คนเข้ามาตั้งรกรากที่บ้านทุ่งยาวในระยะแรกเมื่อประมาณ 50 ปี ที่ผ่านมามีประมาณ 15 ครัวเรือน เช่น ครอบครัวของนายอ่ำ  เกื้อตุ้ง และนายจับ มาสวัสดิ์ ซึ่งมาจากบ้านทุ่งข่า ตำบลปรางหมู่ โดยจะเดินเท้าเข้าไปหาสัตว์ป่าและของป่ามาขายและเลี้ยงชีพ ต่อมาได้มีการทำนาทำสวน จากลักษณะพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่งยาวติดต่อกันจำนวนมาก ชาวบ้านเรียกว่า "บ้านทุ่งยาว"
นายพา  ชาตรี  ผู้ให้ข้อมูล

หมู่ที่ 12 บ้านควนท้อน
          บ้านควนท้อน ตั้งเมื่อปี พ.ศ.2534 โดยแยกมาจาก หมู่ที่ 5 บ้านท่าควาย ตำบลโคกม่วง มีพื้น่ที่เป็นที่ดอนลาดไปทางทิศตะวันออก และทางด้านตะวันตก ผู้ใหญ่บ้านคนแรกคือ นายอิสระ แก้วดี ต่อมาลุงครกชาวท่าควายได้มาสร้างบ้านเรือนอยู่บนควน (ควน เป็นเนินหรือเขาดิน) ซึ่งมีต้นท้อน (ต้นท้อน หมายถึง ต้นกระท้อน) ขึ้นอยู่จำนวนมาก เมื่อมีผู้คนอพยพเข้ามาอยู่เพิ่มมากขึ้น จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านควนท้อน"
นายรมย์  ชูเก็น ผู้ให้ข้อมูล

หมู่ที่ 13 บ้านทุ่งเคียน 
          
เมื่อ พ.ศ.2490 ตาหมี เรืองสังข์ และญาติพี่น้องประมาณ 15 ครัวเรือนได้มาตั้งรกรากในบริเวณนี้ เนื่อจากมีตอไม้ตะเคียนอยู่ต้นหนึ่งและมีต้นตะเคียนเล็กๆ ล้อมรอบตอตะเคียนนั้น ชาวบ้านจึงเรียกว่า บ้านทุ่งเคียนล้อม ซึ่งทั้งตอตะเคียนและต้นตะเคียนของเดิมก็ยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้ (ตอไม้ตะเคียนอยู่ในที่นาของนายประจวน จันนุสิทธิ์) และต่อมาเพื่อความสะดวกในการเรียกชื่อคนทั่วไปจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า บ้านทุ่งเคียน
นายเปี่ยม หนูเพชร

หมู่ที่ 14 บ้านท่าควายออก
          
ในสมัยก่อนบริเวณนี้เป็นป่าทึบและมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช้าง หมี และควาย ซึ่งสัตว์ดังกล่าวมักถูกชาวบ้านล่าอยู่เสมอ วันหนึ่งขณะที่มีการคล้องช้างป่าอยู่นั้น ช้างที่คล้องได้แล้วเกิดหลุดบ่วงมา ขณะที่เดินทางตามหาช้างอยู่นั้นก็ได้พบลำคลองที่มีท่าน้ำขนาดใหญ่ ในลำคลองนั้นควาญช้างได้พบฝูงควายจำนวนมากกำลังไปอาบน้ำ ควาญช้างจึงบอกว่าที่ท่าน้ำมีควายมาก ชาวบ้านจึงเรียกชื่อบ้านนี้ว่าท่าควาย ต่อมามีราษฎรเข้ามาอยู่มากขึ้น จึงได้มีการตั้งหมู่บ้านใหม่ และประกอบกับอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านเดิม จึงเรียกว่า บ้านท่าควายออก 
นายเวียง  เพ่งเมือง ผู้ให้ข้อมูล

หมู่ที่ 15 บ้านเกาะทองสมใหม่
          
บ้านเกาะทองสมใหม่แยกมาจากหมู่ที่ 1 บ้านเกาะทองสม

ที่มา : จิตวิญญาณแห่งชนบท ตำนานหมู่บ้าน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง
อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ นายอำเภอเขาชัยสน 23 กุมภาพันธ์ 2548